การหาวัตถุดิบ
1.การคล้องกะปอม
- อุปกรณ์ มีเพียง “ไม้แส่” ขนาดยาวเหมาะมือ และ “เชือกบ่วง” ติดปลายไม้ เดินลัดเลาะตามทุ่ง
อาศัยสายตาเสาะหา กะปอมผู้มักอวดโฉมตอนเช้า – สาย ความจริงแล้ว กะปอมเป็นสัตว์เลือดเย็น
ต้องอาศัยพลังงานความร้อนจากดวงอาทิตย์ ในการเติมพลังให้ร่างกาย ว่องไว รวดเร็ว
เช้าๆ จึงออกมาอาบแดด เพื่อเติมพลังและ เกี้ยวพาตัวเมีย ในการอวดสีสัน วิธีนี้นุ่มนวล

2. การยิงกะปอม
- อุปกรณ์ คือหนังสติ๊ก “หมากกันถุน “ อันนี้ รุนแรง สักหน่อย แต่ต้องอาศัยความแม่นยำ เรียกว่า ฝีมือ
3. การปีนกะปอม
- เมื่อแดดแรงกล้า กะปอมมักว่องไว หนีขึ้นต้นไม้รวดเร็ว อาศัยฝีมือไม่ได้ ต้องอาศัย “ฝีเท้า” ในการป่ายปีน
ไล่ให้กะปอมให้จนมุมบนยอดไม้ จนกระโดดหนีลงมาด้านล่าง ให้ได้วิ่งไล่กวด จับทันก็ทัน ไม่ทันก็อด พะนะ

ส่วนประกอบของ ก้อยกะปอม
1.กะปอมก่า หรือ กะปอมแดง
2.บักม่วงป่า (มะม่วงป่า ) หรือมะม่วงสอ ก็ได้
3.เกลือสินเธาว์หนองคาย ,สารคาม หรือ เกลือขี้ทา ร้อยเอ็ด
4.ข้าวคั่ว น้ำปลาแดก
5.บักบั่ว ผักหอม หัวซิงไค ตามแต่หาได้

6.พริกแห้ง พริกป่น พริดสด เก็บเอาตาม”โพน” เพราะพริกโพน
ปลอดสารเคมี มีรสชาติ เผ็ดแซบถึงใจ
7.ผักกินกับ เช่นผักกะโดน ผักติ้ว ผักสะเม็ก ผักตูมกา
วิธีการปรุง กิเลนทรงเครื่อง
1. คัว..ถอดเกล็ด “ไส่ขี้” โดยการลนไฟ ขอดเกล็ด แปะขี้ ล้างให้สะอาด แล้วนำไปปิ้งไฟให้สุก

2. ฟักกะปอมที่ปิ้งสุกแล้ว คือการ”สับ” ให้”มุ่นเอ้เล้” เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยพอประมาณ



3. หั่นผักหอม หั่นพริกสด “ซอย” มะม่วงป่า เป็นริ้ว เตรียมไว้ นำลงไปคลุก หรือตำก็ได้
1.การคล้องกะปอม
- อุปกรณ์ มีเพียง “ไม้แส่” ขนาดยาวเหมาะมือ และ “เชือกบ่วง” ติดปลายไม้ เดินลัดเลาะตามทุ่ง
อาศัยสายตาเสาะหา กะปอมผู้มักอวดโฉมตอนเช้า – สาย ความจริงแล้ว กะปอมเป็นสัตว์เลือดเย็น
ต้องอาศัยพลังงานความร้อนจากดวงอาทิตย์ ในการเติมพลังให้ร่างกาย ว่องไว รวดเร็ว
เช้าๆ จึงออกมาอาบแดด เพื่อเติมพลังและ เกี้ยวพาตัวเมีย ในการอวดสีสัน วิธีนี้นุ่มนวล
2. การยิงกะปอม
- อุปกรณ์ คือหนังสติ๊ก “หมากกันถุน “ อันนี้ รุนแรง สักหน่อย แต่ต้องอาศัยความแม่นยำ เรียกว่า ฝีมือ
3. การปีนกะปอม
- เมื่อแดดแรงกล้า กะปอมมักว่องไว หนีขึ้นต้นไม้รวดเร็ว อาศัยฝีมือไม่ได้ ต้องอาศัย “ฝีเท้า” ในการป่ายปีน
ไล่ให้กะปอมให้จนมุมบนยอดไม้ จนกระโดดหนีลงมาด้านล่าง ให้ได้วิ่งไล่กวด จับทันก็ทัน ไม่ทันก็อด พะนะ
ส่วนประกอบของ ก้อยกะปอม
1.กะปอมก่า หรือ กะปอมแดง
2.บักม่วงป่า (มะม่วงป่า ) หรือมะม่วงสอ ก็ได้
3.เกลือสินเธาว์หนองคาย ,สารคาม หรือ เกลือขี้ทา ร้อยเอ็ด
4.ข้าวคั่ว น้ำปลาแดก
5.บักบั่ว ผักหอม หัวซิงไค ตามแต่หาได้
6.พริกแห้ง พริกป่น พริดสด เก็บเอาตาม”โพน” เพราะพริกโพน
ปลอดสารเคมี มีรสชาติ เผ็ดแซบถึงใจ
7.ผักกินกับ เช่นผักกะโดน ผักติ้ว ผักสะเม็ก ผักตูมกา
วิธีการปรุง กิเลนทรงเครื่อง
1. คัว..ถอดเกล็ด “ไส่ขี้” โดยการลนไฟ ขอดเกล็ด แปะขี้ ล้างให้สะอาด แล้วนำไปปิ้งไฟให้สุก
2. ฟักกะปอมที่ปิ้งสุกแล้ว คือการ”สับ” ให้”มุ่นเอ้เล้” เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยพอประมาณ
3. หั่นผักหอม หั่นพริกสด “ซอย” มะม่วงป่า เป็นริ้ว เตรียมไว้ นำลงไปคลุก หรือตำก็ได้
4. นำพริกป่น พริกสดหั่น ข้าวคั่ว หัวสิงไคหั่น ลงไป “คะลน” คลุกเคล้าให้สามัคคีกัน
5. เติมน้ำปลาแดกลงปรุงรส (หากมีผงนัวก็ใส่ลงไป) อยากได้รสเปรี้ยวก็ ฝานมะม่วงลงคลุกเคล้า
6. ตักใส่จาน พร้อมจัดผักกินกับ มาให้ครบเครื่อง เป็นอันเอวัง
วิตกวิจารณ์ เรื่องรสชาติ
เนื้อกะปอมที่ถูกปิ้ง ย่างไฟจนสุก กลิ่นหอม มีโปรตีนและพลังงาน ปลอดสารพิษ
มะม่วงป่า มีวิตามินซีสูง รสชาติเปรี้ยวกระตุ้นน้ำลาย ปลอดสารเคมียาฆ่าแมลง
พริกสดปลูกตามโพน ไร่นา มีกรด ascorbic ช่วยขยายหลอดเลือด ในกระเพาะและลำไส้
ให้ดูดดื่มสารอาหารเต็มที่ อีกทั้งยังมี สาร Oleoresin ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียในกระเพาะ
นอกจากนั้น พริกที่ปลูกตาม”โพน” ยังมีสาร Capsaicin ที่ทำให้เกิดรสเผ็ด มีคุณสมบัติ
ในการลดการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ส่วนต่างๆของร่างกาย
ผักหอมพื้นเมืองต่างๆ ช่วยเพิ่มความอภิรมย์ ในการรับประทาน แก้อาการวิงเวียน สดชื่น
น้ำปลาร้า มีเกลือแร่สูง ทดแทนการเสียเหงื่อจากอากาศร้อน ๆ มีฤทธิ์ถอนพิษจากพืชมอมประสาท
รสชาติเมื่อกินกับข้าวเหนียวแล้ว ช่างวิเศษหาที่ใดเปรียบปาน
กินแล้วรู้สึกกระปรี้กระเปร่า “มีแฮง” ตามภาษาพื้นบ้าน เมื่อพิจารณาองค์ประกอบโดยรวม
ก้อยกะปอมจึงเป็นอาหารวิเศษ เต็มไปด้วยประโยชน์ ที่แผ่นดินประทานมาให้มนุษย์โดยแท้
จนมีคำกล่าวของชาวอีสานว่า “ยังไม่เคยกินก้อยกะปอม อย่าฟ้าวตาย”
เพราะเสียดายเกิดมาเป็นมนุษย์ทั้งที ต้องลิ้มลองเสพรสชาติอันเป็นทิพย์ ของเมนูนี้
สุดท้ายขอฝากไว้ ขอเพียงพี่น้องรักษา ป่าโคก และพันธุ์ไม้ท้องถิ่นประดับไว้ในแผ่นดินตน
รับรอง” กิเลนทรงเครื่อง” มีให้พี่น้องได้กินแซบๆ ทุกปี หากมีการส่งเสริมปลูกป่าโคก
เพิ่มพื้นที่ป่าให้ชุมชน ส่งเสริมเมนูนี้เป็น สินค้าส่งออก รับรองสร้างรายได้ให้ประเทศแน่นอน
**ขอบคุณภาพประกอบ จาก ส.ภูเพียง ฯ ผู้ถ่ายทอดวิถีความเป็นอยู่..ขอบคุณอย่างสูงครับ

0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น